Author: ทนายแมน

มาตรา 680

หาทนายเกี่ยวกับการค้ำประกัน แล้วผู้มี่เป็นลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ จนเจ้าหนี้จะมาฟ้องคนค้ำ แล้วต้องการผู้ช่วยจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 680  อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

มาตรา 653

หาทนายเกี่ยวกับการยืมเงิน แล้วผู้ยืมไม่ยอมคืนเงิน แต่ว่ามีหลักฐาน แล้วต้องการจัดการผู้กระทำผิดจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 653  การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

บุคคลวิกลจริต ทำนิติกรรมได้ไหม?


นิติกรรม หมายความว่า การใดๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ดังนั้นการทำนิติกรรมจึงไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในรูปแบบของการทำสัญญาเสมอไป แม้แต่การตกลงซื้อขายน้ำเปล่ากันแค่ 1 ขวด ก็เป็นการทำนิติกรรมระหว่างกันแล้ว

บุคคลวิกลจริต = คนบ้า ?

ในส่วนของบุคคลวิกลจริต ในความเข้าใจของบุคคลทั่วไปเมื่อมาอ่านตัวบทกฎหมายอาจจะพาสับสนได้ บุคคลวิกลจริตคือคนบ้า สติไม่ดี แต่ในทางกฎหมายแบ่งแยกการทำนิติกรรมของบุคคลวิกลจริตไว้ 2 กรณี คือ กรณีที่ศาลยังไม่สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถซึ่งเรียกว่า บุคคลวิกลจริต และกรณีที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถเรียกว่า คนไร้ความสามารถ ซึ่งผลของการทำนิติกรรมก็จะแตกต่างกันไป

ผลของการทำนิติกรรมมีด้วยกัน 3 แบบ คือ สมบูรณ์ โมฆียะ และ โมฆะ สิ่งที่ยากคือการแยกระหว่าง โมฆียะและโมฆะ โมฆียะคือการที่นิติกรรมมีความสมบูรณ์อยู่เรื่อยมาจนกว่าจะถูกบอกล้างหรือบอกเลิก ส่วนโมฆะ คือการที่นิติกรรมนั้นไม่มีผลมาตั้งแต่แรก

มาตรา 30 การใดอันบุคคลวิกลจริตซึ่งศาลยังไม่สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถได้กระทำลง การนั้นจะเป็นโมฆียะต่อเมื่อได้กระทำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอยู่ และคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้แล้วด้วยว่าผู้กระทำเป็นคนวิกลจริต จะเห็นได้ว่าหากไม่ได้กระทำในขณะที่จริตวิกลอยู่และคู่กรณีอีกฝ่ายรู้ว่าผู้กระทำ เป็นบุคคลวิกลจริต ผลของนิติกรรมย่อมเป็นสมบูรณ์เสมอ เท่ากับว่ากฎหมายยังเปิดโอกาสให้คนวิกลจริตทำนิติกรรมได้ในขณะที่จิตปกติ

ตัวอย่างเช่น นาง A เป็นคนบ้า วิกลจริต แต่งตัวด้วยชุดนางรำ จัดหนักจัดเต็มอย่างกับนางรำอาชีพ เดินมาป้วนเปี้ยนบริเวณที่มีการจัดพิธีรำแก้บนพอดิบพอดี นาง A เกิดอยากกินลูกชิ้นปิ้ง จึงเดินไปซื้อลูกชิ้นปิ้ง 5 ไม้ แม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้งก็ขายให้โดยไม่เอะใจอะไร ซึ่งนาง A ก็จ่ายเงินให้ พูดจาดีเหมือนคนปกติทุกอย่าง การทำนิติกรรมซื้อลูกชิ้นปิ้งของนาง A จึงมีผลเป็นนิติกรรมที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโมฆียะที่จะทำให้แม่ค้ามีสิทธิบอกล้างนิติกรรมได้ เนื่องจากในขณะซื้อลูกชิ้นปิ้งนาง A ไม่ได้มีอาการวิกลจริตอยู่ และแม่ค้าก็ไม่ได้รู้ว่านาง A เป็นคนวิกลจริต


ความหมายของนิติกรรม อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 149

เขียนโดย ทค. ฐิติพร เศวตศิลป์

มาตรา 425

หาทนายเกี่ยวกับการกระทำผิดของลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างไปทำผิดในผลทางละเมิด นายจ้างต้องรับผิดด้วย แล้วต้องการความช่วยเหลือจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 425  นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา 424

หาทนายเกี่ยวกับการเรียกร้องสินไหมทดแทนจากคดีเกี่ยวกับการละเมิด แล้วต้องการความช่วยเหลือจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 424  ในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิดและกำหนดค่าสินไหมทดแทนนั้น ท่านว่าศาลไม่จำต้องดำเนินตามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำผิดต้องคำพิพากษาลงโทษทางอาญาหรือไม่

มาตรา 423

หาทนายเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวที่เป็นเท็จ ทำให้เสียชื่อเสียง แล้วต้องการจัดการเอาผิดผู้กระทำจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 423  ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

มาตรา 422

หาทนายเกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ แล้วถูกตัดสินว่าเป็นผู้ทำผิด แล้วต้องการความช่วยเหลือจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 422  ถ้าความเสียหายเกิดแต่การฝ่าฝืนบทบังคับแห่งกฎหมายใดอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ ผู้ใดทำการฝ่าฝืนเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้ผิด

มาตรา 421

หาทนายเกี่ยวกับการใช้สิทธิแล้วทำให้ผู้อื่นเสียหาย แล้วมีความผิด แล้วต้องการความช่วยเหลือจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 421  การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา 420

หาทนายเกี่ยวกับการประมาท หรือจงใจ ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ทรัพย์สิน แล้วต้องการความช่วยเหลือจะทำอย่างไร? ติดต่อมาหาทนายแมนสิ เราช่วยคุณได้

มาตรา 420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ที่ดินตาบอด


เมื่อพูดถึงที่ดินตาบอด หากเป็นคนในแวดวงด้านอสังหาริมทรัพย์คงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่สำหรับใครหลายคนที่เพิ่งได้มารู้จักคำนี้ อาจสงสัยว่า ที่ดินตาบอดคืออะไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลักษณะแบบไหนคือลักษณะของที่ดินตาบอด มาทำความเข้าใจกับคำว่า “ ที่ดินตาบอด ” กันค่ะ

“ ที่ดินตาบอด ” เป็นที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นห้อมล้อมอยู่โดยรอบ ทำให้ไม่มีทางออกสู่สาธารณะ และเมื่อไม่มีทางออกสู่สาธารณะเจ้าของที่ดินแปลงที่ตาบอดนั้นสามารถที่จะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ออกสู่สาธารณะได้

ในกรณีที่ที่ดินแปลงนั้น ๆ มีทางออกแต่ต้องข้ามสระ บึง ทะเล หรือที่ชันซึ่งมีระดับที่ดินสูงหรือต่ำกว่าทางสาธารณะกันมาก ก็ให้ถือเสมือนว่าไม่มีทางออกสู่สาธารณะ ดังนั้นจึงสามารถผ่านที่ดินที่ห้อมล้อมอยู่ได้เช่นกัน

การจะผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ออกสู่ทางสาธารณะได้นั้น ต้องใช้ที่ดินและต้องเลือกวิธีให้พอควรแก่ความจำเป็น  และให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายแต่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรค 3

ยกตัวอย่างเช่น ที่ดินของนายโชค เป็นที่ดินซึ่งมีที่ดินของคนอื่นล้อมอยู่โดยรอบจนไม่สามารถที่จะออกสู่สาธารณะได้ โดยทางออกสู่สาธารณะที่ใกล้ที่สุดก็คือการผ่านที่ดินของนาย C ออกไปยังแม่น้ำซึ่งมีเรือโดยสารวิ่งผ่านไปมา แต่ถ้าใช้ที่ดินนาย B เป็นทางผ่านออกสู่สาธารณะยังต้องใช้ที่ดินของนาย A ที่ติดกันด้วยจึงจะออกสู่ถนนสาธารณะได้ จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่ดินที่จะใช้เป็นทางผ่านออกไปสู่สาธารณะที่พอควรแก่ความจำเป็นและเสียหายน้อยที่สุดคือการผ่านที่ดินนาย C การที่ในแม่น้ำมีเรือโดยสารวิ่งผ่านไปมา ถือว่าเป็นการออกไปสู่สาธารณะแล้วไม่จำเป็นว่าต้องเป็นถนนเท่านั้น และเจ้าของที่ดินซึ่งที่ดินของตนถูกทำทางผ่านออกสู่สาธารณะก็มีสิทธิได้รับค่าทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการมีทางผ่านได้ด้วย

ในกรณีที่เป็นที่ดินแปลงใหญ่แต่ถูกแบ่งโอนกันจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะล่ะ ?

กรณีนี้  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ก็ได้วางหลักหลักกฎหมายรองรับเรื่องนี้ไว้เช่นกัน เจ้าของที่ดินตาบอดนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินได้ แต่เรียกร้องได้เฉพาะที่ดินที่ตนได้แบ่งแยกแบ่งโอนมาและไม่ต้องเสียค่าตอบแทน  

ตัวอย่างเช่น ที่ดินของนาย E ได้แบ่งแยกแบ่งโอนมาจากที่ดินของนาย D เมื่อแบ่งแยกเสร็จที่ดินของนาย E กลายเป็นที่ดินตาบอด ทั้งนี้ทั้งนั้นนาย E สามารถเรียกร้องเอาทางเดินจากนาย D เพื่อเป็นทางออกสู่สาธารณะได้


นิยามคำว่า “ที่ดินตาบอด” อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1349 วรรคแรก

เขียนโดย ทค. ฐิติพร เศวตศิลป์