การค้ำประกันและความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

ในปัจจุบันการค้ำประกันเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง หลาย ๆ คน ค้ำประกันให้กันเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่กลับกลายเป็นว่าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชดใช้หนี้ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และหากมองในมุมเจ้าหนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ไม่มีผู้ค้ำ ก็ไม่รู้ว่าจะบังคับชำระหนี้ได้จากใคร เพราะฉะนั้นในบทความนี้มารู้จักลักษณะของสัญญาค้ำค้ำประกัน และหนี้ต่าง ๆ อันจะสมารถค้ำประกันได้กันค่ะ 

การค้ำประกัน หมายความว่า การที่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้แทนลูกหนี้กรณีที่ลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้นั่นเอง และหากเจ้าหนี้ต้องการฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาค้ำประกัน ก็อาศัยเพียงหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ซึ่งนิยมทำกันเป็นสัญญา หนังสือสัญญานี่แหละที่จะเป็นหลักฐานของการฟ้องร้องคดีได้

หนี้ที่จะสามารถค้ำประกันได้ 

  1. หนี้อันสมบูรณ์ หมายถึง หนี้ที่หากเกิดขึ้นจะมีผลผูกพันตามกฎหมาย ไม่ตกเป็นโมฆะ กล่าวคือ ไม่เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 
  2. หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข
    • หนี้ในอนาคต หมายถึง หนี้ที่ยังไม่เกิดขึ้นขณะทำสัญญาค้ำประกัน  แต่อาจจะเกิดขึ้นหรือมีผลได้ในภายหน้า  เช่น สัญญาค้ำประกันสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาค้ำประกันลูกจ้างเข้าทำงาน
    • หนี้มีเงื่อนไข หมายถึง หนี้ที่ยังไม่เป็นผลหรือสิ้นผลในขณะทำสัญญา  แต่อาจเป็นผลหรือสิ้นผลก็ได้ในภายหน้าขึ้นอยู่กับเหตุการณ์อันไม่แน่นอนในอนาคต ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่
  3. หนี้ที่ไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเป็นผู้ไร้ความสามารถ แต่กรณีนี้ ผู้ค้ำประกันต้องรู้ถึงเหตุสำคัญผิด ( ในตัวลูกหนี้ ) หรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาอยู่แล้ว และยังคงเข้าค้ำประกันลูกหนี้รายนั้น

ความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกัน : บุคคลที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ เพื่อชำระหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้

ลูกหนี้ร่วม : ความสามารถในการร่วมกันหรือแทนกันชำระหนี้ซึ่งเป็นหนี้รายเดียวกันในฐานะเดียวกันกับลูกหนี้

การที่จะรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมได้หรือไม่นั้น ต้องแยกก่อนว่า คนที่มาทำหน้าที่ค้ำประกันนั้นเป็นบุคคลประเภทใดตามกฎหมาย กล่าวคือ เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล

บุคคลธรรมดา : บุคคลทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งในการค้ำประกันนั้น บุคคลผู้ค้ำประกันจะต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ กล่าวคือ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ 

นิติบุคคล : บุคคลอีกประเภทหนึ่งที่กฎหมายสมมุติขึ้นให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่ไม่สามารถกระทำการเหมือนบุคคลธรรมดาได้ในทุกเรื่อง ในบางเรื่องยังคงมีแค่บุคคลธรรมดาเท่านั้นที่กระทำได้ และเมื่อนิติบุคคลเป็นบุคคลประเภทหนึ่งที่กฎหมายสมมุติขึ้น ดังนั้นนิติบุคคลจึงต้องมีผู้แทนนิติบุคคลเพื่อกระทำการแทนนิติบุคคลและต้องอยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลนั้น เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด เป็นต้น

ดังนั้นจากหลักข้างต้น ผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดาจึงไม่สามารถรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมได้ แต่ผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคลสามารถรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมได้ 

ตัวอย่างเช่น A ทำสัญญากู้เงินจาก B จำนวนเงิน 1,000,000 บาท โดยมี C บุคคลธรรมดาเป็นผู้ค้ำประกัน กรณีนี้ C ไม่สามารถรับผิดอย่างเดียวกับ A ลูกหนี้ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนข้อเท็จจริงเป็นว่า C ผู้ค้ำประกันเป็นนิติบุคคล C สามารถรับผิดอย่างเดียวกับ A ลูกหนี้ได้ C


เขียนโดย คุณฐิติพร เศวตศิลป์