การคิดดอกเบี้ยในสัญญากู้ยืมเงิน

ดอกเบี้ย

คือ ค่าตอบแทนอันเป็นจำนวนเงินที่ผู้กู้เงินต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ซึ่งนอกเหนือจากเงินต้น โดยสามารถตกลงกันได้แต่ต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 654 วางหลักไว้ว่า ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละ 15 ต่อปี

แต่ … ถ้าเป็นหนี้เงิน หากมีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กฎหมายให้ถือว่าดอกเบี้ยทั้งหมดเป็นโมฆะ ดังนั้นหากต้นเงินมีจำนวนเท่าใด ผู้กู้ก็มีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนเท่านั้น

ตัวอย่าง A ทำสัญญากู้ยืมเงินจาก B โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 เมื่อคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยร้อยละ 20 นั้นจึงเป็นโมฆะทั้งหมด 

ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นสัญญาเงินกู้ยืมเงินที่ผู้ให้กู้เป็นสถาบันการเงิน อย่างเช่น ธนาคาร สามารถคิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ได้

ดอกเบี้ยผิดนัด

คิดได้ในอัตรา 7.5 ต่อปี ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคแรกตอนต้น กล่าวคือ หนี้เงินนั้นท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปีดังนั้น หากมีการผิดนัดเกิดขึ้น ดอกเบี้ยผิดนัดจะเริ่มนับทันที 

วันไหน คือวันผิดนัด? ผู้เขียนขอเสนอแค่กรณีที่มีกำหนดชำระแน่นอนตามวันปฏิทินนะคะ เนื่องจากคงมีแค่ส่วนน้อย ที่ให้กู้ยืมเงินแล้วไม่กำหนดวันเวลาชำระเงินคืน 

กรณีนี้เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด วันผิดนัดก็คือ วันถัดจากวันครบกำหนดชำระหนี้ 

ตัวอย่าง A ทำสัญญากู้ยืมเงินจาก B โดยตกลงให้ชำระหนี้ในวันที่ 28 มกราคม 2563 ต่อมาเมื่อถึงกำหนดวันชำระหนี้ ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ วันผิดนัดที่ดอกเบี้ยผิดนัดเริ่มเดิน คือ วันที่ 29 มกราคม 2563 โดยมีอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี 

สิ่งที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนี้ จะคิดได้ในกรณีที่ ไม่ได้กำหนดดอกเบี้ยตามสัญญาไว้ หากกำหนดดอกเบี้ยตามสัญญาไว้แล้วมีการผิดนัดเกิดขึ้นดอกเบี้ยก็ยังคงใช้อัตราร้อยละตามที่กำหนดในสัญญาต่อไป


เขียนโดย คุณฐิติพร เศวตศิลป์