ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องกรณีผู้ขายไม่ต้องรับผิด

โดยหลักแล้ว เมื่อมีการซื้อขายทรัพย์สินแล้วพบว่ามีความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนหรือขณะทำสัญญาซื้อขาย ผู้ขายจะอ้างความไม่รู้ไม่ได้ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องรับผิด ไม่ว่าผู้ขายจะรู้หรือไม่ก็ตามว่าทรัพย์สินนั้นมีความชำรุดบกพร่อง 

แต่…ก็ไม่ใช่ทุกกรณีที่ผู้ขายต้องรับผิด ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงมีกรณีที่ผู้ขายไม่ต้องรับผิดกันค่ะ 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 473 ได้วางหลักไว้ว่า  ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ 

( 1 ) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่อง หรือ ควรจะได้รู้เช่นนั้น หากใช้ความระมัดระวังปกติของบุคคลทั่วไป 

( 2 ) ถ้า ความชำรุดบกพร่องนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน ในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้ทักท้วงใด ๆ

( 3 ) ถ้าทรัพย์สินนั้น เป็นทรัพย์สินที่ได้ขายทอดตลาด

กรณีแรก ตัวอย่างเช่น A ไปซื้อแผ่นกระเบื้องปูพื้นจำนวน 1 กล่อง ที่ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ก่อนส่งมอบผู้ขายทำกล่องตกลงพื้นเสียงดังมาก จนทำให้นาย A หันไปมอง แต่นาย A ก็ยังรับกล่องนั้นมา

กรณีนี้ แม้ผู้ซื้อจะไม่รู้ในเวลาซื้อขายว่ากระเบื้องปูพื้นในกล่องแตก แต่ตามปกติทั่วไปก็ควรจะสงสัยว่าของที่จะรับมาเสียหายหรือเปล่า อาจจะขอเช็คกระเบื้องปูพื้นในกล่องก่อนที่รับมา ดังนั้น ผู้ขายจึงไม่ต้องรับผิด

กรณีที่สอง ตัวอย่างเช่น แจกันที่ปากแหว่งอยู่แล้ว เห็นได้ชัดโดยไม่ต้องบอกให้เห็นอีก เมื่อนาย A หยิบแล้วนำไปจ่ายเงิน 

กรณีนี้ถือว่านาย A เห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ อีกทั้งไม่มีการทักท้วงอิดเอื้อนแต่อย่างใด นาย A จะถามหาความรับผิดจากผู้ขายไม่ได้ ดังนั้น ผู้ขายไม่ต้องรับผิด

กรณีที่สาม ตัวอย่างเช่น กรมบังคับคดีประกาศขายทรัพย์สิน กล่าวคือ รถยนต์ ซึ่งยึดมาเพื่อขายชำระหนี้ให้แก่โจทก์ 

ในกรณีนี้ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะซื้อก่อนเข้าประมูลและถือว่าผู้ซื้อได้ทราบถึงสภาพทรัพย์สินนั้นโดยถูกต้องครบถ้วนตรงตามความประสงค์ของผู้ซื้อแล้ว ดังนั้น ผู้ขายไม่ต้องรับผิด


เขียนโดย  คุณฐิติพร เศวตศิลป์